How to prepare a business for sale to get the best price? เตรียมการอย่างไรจึงจะขายกิจการให้ได้ราคาที่ดีที่สุด?

How to  prepare a business for sale to get the best price?

The more effort you put into the  preparations of your business sale, the more you will be able to sell your business at the optimum price.  

The main focus of your preparation is to present your business in the most favourable light possible.

 

Financials

Buyers tend to ask  for the financials first before any consideration and you have to make sure the financials of your business are in order and that they present attractive net income and cash flow.

In most circumstances, private companies’ financial statements are prepared by their accountants to show the least taxable net income where expenses could include items that might not necessarily be incurred by the new owner to run the business. Your financials preparation for the sale should reflect your business’s actual income generating capability and the actual cash flow that the new owners could expect.

Readjusted financial statements, such as your income statement, cash flow statement and balance sheet will increase your buyers confidence and appreciation for the true financial performance and value of your business. 

The Right Asking Price

This could be the deal maker or breaker and it’s crucial you get this right. If you price it too low, you are selling yourself short and if you price it too high, you could discourage many potential buyers who may have made an offer.

There are several accepted ways of ascertaining the value of your business:

1. By Entry Costs - Establishing the value of the business by calculating how much would it cost to set up a similar      business from scratch. The costs could include market research, rental of premises, hiring and training of staff, inventory, development of product and services, marketing including sourcing and procuring a customer base.

2. By Assets - Arriving at the value by adding the total assets of the business while subtracting debts or liabilities. Assets can include Intellectual Property of the company which is inclusive of but not exclusive to  patents, trademarks, operating systems, designs/drawings/logos, recipes and formulae.

            

  1. 3. By Revenue - Calculate annual sales and times it with a multiplier that is typical of the industry the business is in. 
  2. In most cases, businesses sell for 1-2 times annual sales.         
  3. 4.By Multiple of Earnings - where determining what a business is worth is based on multiplying its “earnings” by a
  4.  certain number. “Earnings” is the profit or income of a year and in most cases EBIT or Earnings Before Interest 
  5. and Taxation and the number it is multiplied with to achieve value depends on the strength of the business itself and 
  6. the business industry it is in.  A very well established could set a value for its business by a multiple of 8 to 10 times
  7.  its “earnings” while a small business may be valued at 1 times “earnings”. Most businesses sell between 3-5
  8.  times “earnings”.
  9. 5. By Non Financial Formulas - Some businesses are in a unique position of being able to fetch a premium value without relyin  solely on financial formulas. If the business, for example, is part of the industry where location is important and it is located in a prime real estate area with a good lease then it is likely to fetch a good selling price.
  10. Legal Documentations
  11. Make sure all legal documents are up to date such as company documents, permits, licensing agreements, leases, 
  12. customer and vendor contracts.
  13. Proper Presentation of Business
  14. First impressions are important and putting your business in order will ensure you make a good one, potentially increasing the value of 
  15. your business. Clean up your inventory, plant and machinery (current and functioning, not obsolete), spruce up your business premises, 
  16. review employees’, customers’ vendors’ and business premises’ contracts and leases.

 

Smooth Transition

If you play a major role in the running of your business, most potential buyers would be concerned on how to run the business when you exit. You have to have a transition plan which needs to be communicated clearly to the buyer. Any buyer will then feel confident they will be able to operate the business without  you.

 

State your reason for selling

Buyers need to know your reasons for selling in order to  gauge whether there are any problems with the business and what they are getting themselves into. Sometimes, this will be the first question asked and you should be prepared with your reasons.  

If the business is priced well, financial staements are properly provided and business information professionally documented then the chances of the business selling at a good price is a very high probability

DISCLAIMER.

The information contained in this site is provided for informational purposes only, and should not be construed as legal advice on any subject matter. You should not act or refrain from acting on the basis of any content included in this site without seeking legal or other professional advice.

 

เตรียมการอย่างไรจึงจะขายกิจการให้ได้ราคาที่ดีที่สุด?

 

ยิ่งคุณใช้ความพยายามในการเตรียมการมากเท่าใด คุณก็ยิ่งจะสามารถขายกิจการของตนเองได้ในราคาที่เหมาะสม

จุดมุ่งหมายหลักในการเตรียมการของคุณคือการนำเสนอกิจการของคุณให้มีภาพลักษณ์ที่ดีที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้

การเงิน

ผู้ซื้อมักจะขอข้อมูลทางการเงินก่อนที่จะมีการพิจารณาใดๆและคุณต้องตรวจสอบให้แน่ใจว่าข้อมูลทางการเงินของกิจการของคุณเป็นระเบียบเรียบร้อย รวมทั้งมีรายได้สุทธิและกระแสเงินสดที่น่าสนใจ

โดยส่วนใหญ่ งบการเงินของบริษัทเอกชนจะจัดทำขึ้นโดยนักบัญชีของตนเพื่อแสดงกำไรสุทธิต่ำสุดที่ต้องเสียภาษี โดยค่าใช้จ่ายที่หักออกไปอาจมีบางรายการที่อาจไม่จำเป็นต้องเกิดขึ้นอีกเมื่อเจ้าของรายใหม่เข้ามาดำเนินกิจการ การเตรียมการด้านการเงินสำหรับการขายกิจการนี้ควรสะท้อนถึงความสามารถในการสร้างรายได้ที่แท้จริงของกิจการของคุณ รวมทั้งกระแสเงินสดที่แท้จริงที่เจ้าของรายใหม่อาจคาดหวังได้

งบการเงินที่ปรับปรุงใหม่ เช่น งบกำไรขาดทุน งบกระแสเงินสด และงบดุล จะทำให้ผู้ซื้อมีความเชื่อมั่นเพิ่มขึ้นและมองเห็นผลการดำเนินงานทางการเงินและมูลค่าที่แท้จริงของกิจการของคุณ

ราคาที่เหมาะสม

นี่อาจจะทำให้ดีลของคุณสำเร็จหรือไม่ก็ล้มเหลว จึงเป็นเรื่องสำคัญที่จะต้องทำให้ถูกต้อง หากราคานั้นต่ำไป นี่จะเป็นการขายที่ทำให้คุณเองต้องขาดทุน แต่ถ้าหากว่าราคานั้นสูงเกินไป คุณอาจทำให้ผู้ที่มีกำลังซื้อจำนวนมากต้องหมดความสนใจลง

การกำหนดมูลค่ากิจการของคุณมีหลายวิธีที่ได้รับการยอมรับ ได้แก่

1. โดยใช้ค่าใช้จ่ายในการเข้าสู่ตลาด - การกำหนดมูลค่าของกิจการด้วยการคำนวณว่าจะมีค่าใช้จ่ายเท่าใดในการก่อตั้งธุรกิจที่คล้ายคลึงกันนี้ตั้งแต่เริ่มต้น ค่าใช้จ่ายอาจรวมถึงการวิจัยตลาด การเช่าสถานที่ การจ้างงานและการฝึกอบรมพนักงาน สินค้าคงคลัง การพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการ การตลาดซึ่งรวมถึงการจัดซื้อและการจัดหาฐานลูกค้า

2. โดยใช้มูลค่าสินทรัพย์ – มาถึงการกำหนดมูลค่าโดยการรวมสินทรัพย์ทั้งหมดของกิจการหักด้วยหนี้สินที่ต้องเสียดอกเบี้ยหรือหนี้สินที่ไม่ต้องเสียดอกเบี้ย สินทรัพย์นี้อาจรวมถึงทรัพย์สินทางปัญญาของบริษัทซึ่งรวมถึงแต่ไม่เฉพาะแต่เพียงสิทธิบัตร เครื่องหมายการค้า ระบบปฏิบัติการ การออกแบบ / ภาพวาด / โลโก้ สูตรผสมและสูตร

3. โดยใช้รายได้ของกิจการ – คำนวณรายได้ต่อปีของกิจการและคูณด้วยตัวคูณตามประเภทธุรกิจของกิจการ โดยส่วนใหญ่แล้ว ราคาขายกิจการจะอยู่ที่ 1-2 เท่าของยอดขายต่อปี

4. โดยผลคูณรายได้ของกิจการ – การกำหนดว่ามูลค่าของกิจการจะมีมูลค่าเท่าใดขึ้นอยู่กับการนำ "รายได้" มาคูณกับตัวเลขที่กำหนด โดยที่ "รายได้" คือกำไรหรือรายได้ต่อปีและโดยส่วนใหญ่จะหมายถึง EBIT หรือกำไรก่อนหักดอกเบี้ยและภาษี ส่วนตัวเลขที่นำไปคูณเพื่อให้ได้มูลค่าของกิจการนี้ขึ้นอยู่กับความเข้มแข็งทางธุรกิจและประเภทธุรกิจของกิจการ กิจการที่มีฐานมั่นคงดีแล้วสามารถกำหนดมูลค่ากิจการได้ประมาณ 8 ถึง 10 เท่าของ "รายได้" ในขณะที่กิจการขนาดเล็กอาจมีมูลค่าเท่ากับ 1 เท่าของ "รายได้" ธุรกิจส่วนใหญ่จะซื้อขายกันระหว่าง 3-5 เท่าของ "รายได้"

 

5. โดยใช้สูตรที่ไม่ใช่วิธีทางการเงิน – กิจการบางแห่งอยู่ในสถานะพิเศษที่จะสามารถเรียกราคาขายได้ในราคาระดับพรีเมี่ยมโดยไม่ต้องอาศัยแต่เพียงสูตรทางการเงินอย่างเดียว ตัวอย่างเช่น หากกิจการเป็นส่วนหนึ่งของประเภทธุรกิจที่สถานที่ตั้งมีความสำคัญและกิจการก็ตั้งอยู่ในพื้นที่อสังหาริมทรัพย์ชั้นเยี่ยมที่มีสัญญาเช่าที่ดีแล้ว มีแนวโน้มที่จะเรียกราคาขายที่ดีได้

 

การเตรียมเอกสารทางกฎหมาย

ตรวจสอบให้แน่ใจว่าเอกสารทางกฎหมายทั้งหมดเป็นปัจจุบันอยู่เสมอ เช่น เอกสารบริษัท ใบอนุญาต สัญญาอนุญาตให้ใช้สิทธิ สัญญาเช่า สัญญาลูกค้าและสัญญาผู้จัดจำหน่าย

 

ภาพลักษณ์ที่เหมาะสมของกิจการ

ความประทับใจแรกเห็นเป็นเรื่องสำคัญและการจัดแจงกิจการของคุณให้เป็นระเบียบเรียบร้อยจะช่วยสร้างความประทับใจที่ดี เป็นการช่วยเพิ่มมูลค่าให้กับกิจการของคุณได้ โดยการทำความสะอาดคลังสินค้า โรงงานและเครื่องจักร (ให้ทันสมัยและใช้งานได้ ไม่เก่าคร่ำครึ) ตกแต่งสถานที่ประกอบกิจการของคุณ ตรวจสอบหนังสือสัญญาต่างงๆของลูกจ้าง ลูกค้า ผู้จำหน่าย และสัญญาเช่าสถานที่ประกอบธุรกิจต่างๆ

 

ส่งผ่านกิจการอย่างราบรื่น

หากคุณมีบทบาทสำคัญในการดำเนินกิจการของคุณเอง ผู้ซื้อที่มีศักยภาพส่วนใหญ่อาจกังวลเกี่ยวกับการดำเนินธุรกิจหลังจากไม่มีคุณอยู่ คุณต้องมีแผนการส่งผ่านกิจการซึ่งต้องมีการสื่อสารอย่างชัดเจนกับผู้ซื้อ จะทำให้ผู้ซื้อจะรู้สึกมั่นใจว่าตนเองจะสามารถดำเนินธุรกิจได้โดยไม่มีคุณ

ระบุเหตุผลในการขายกิจการ

ผู้ซื้อจำเป็นต้องทราบเหตุผลในการขายกิจการของคุณ เพื่อวัดดูว่ามีปัญหาอะไรเกี่ยวกับธุรกิจหรือไม่และเขากำลังจะเข้าไปเผชิญกับอะไรบ้าง บางครั้งคำถามนี้ก็จะเป็นคำถามแรกที่คุณจะถูกถาม ดังนั้นคุณควรเตรียมพร้อมสำหรับเหตุผลของคุณ

หากตั้งราคาขายกิจการดีแล้ว งบการเงินได้รับการจัดเตรียมอย่างถูกต้องและข้อมูลทางธุรกิจที่ได้รับการจัดทำขึ้นอย่างมืออาชีพแล้ว มีโอกาสสูงมากที่จะขายกิจการได้ในราคาที่ดี

ข้อมูลที่มีอยู่ในเว็บไซต์นี้มีไว้เพื่อวัตถุประสงค์ในการให้ข้อมูลเท่านั้น ไม่ควรตีความว่าเป็นคำแนะนำทางกฎหมายในเรื่องใด ๆ คุณไม่ควรปฏิบัติหรืองดเว้นการปฏิบัติตามเนื้อหาใด ๆ ที่รวมอยู่ในเว็บไซต์นี้โดยไม่ได้รับคำแนะทางกฎหมายหรือคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญอื่น ๆ

https://thaibusinessbox.com